เงินเดือน 15,000 ควรจะเช่าห้องเท่าไหร่ดี

เงินเดือน 15,000 ควรจะเช่าห้องเท่าไหร่ดี

นักศึกษาจบใหม่ๆ ยังต้องอาศัยและทำงานอยู่ในเมือง  เมื่อต้องกลายมาเป็นมนุษย์เงินเดือนแถมยังต้องดำเนินชีวิตประจำวันในเมืองหลวงให้ชนเดือน  ซึ่งส่วนมากก็จะเริ่มต้นกันที่ราวๆ 15,000 บาท  จะทำยังไงดี…  แต่เรามีวิธี ไปดูกันดีกว่าว่าเรามีวิธีอะไรมาแนะนำบ้าง

                1. รู้ว่าส่วนใหญ่มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

                ก่อนอื่นเราต้องมาสำรวจค่าใช้จ่ายส่วนตัวกันก่อนว่าอะไรที่จำเป็นหรือไม่จำเป็น  ซึ่งจากการสำรวจสภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน  เมื่อปี พ.ศ. 2562  กรุงเทพมหานคร  พบว่าคนกรุงเทพฯ ในแต่ละเดือนหมดเงินไปมากสุดกับเรื่องอาหารและเครื่องดื่ม  26.74%  ค่าเดินทาง 18.41%  ของค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด  รวมๆแล้วก็เกือบครึ่งแล้วสิคะ  เพื่อนๆอย่าลืมนะว่าเพื่อนๆมีค่าใช้จ่ายหลักๆต่อเดือนอะไรอีกบ้าง  หากเราไม่วางแผนเงินทุกเดือนของเราก็จะหมดไปกับค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ไม่จำเป็นโดยที่ไม่เหลือเก็บเลยนะคะ

                2. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว

                ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกคนจะต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ลงรายละเอียดเพิ่มขึ้นอีกจากค่าใช้จ่ายประจำ  เช่น  – ค่าเช่าบ้าน หอพัก หรือคอนโด  ประเภทเช่า  หรือซื้อในระบบผ่อนชำระ

– ค่าสาธารณูปโภคอื่นๆ  ค่าน้ำ  ค่าไฟ  ค่าส่วนกลาง

– ค่าเดินทาง  ไม่ว่าจะเป็นรถโดยสาร  หรือรถส่วนบุคคล

– ค่าอาหารและเครื่องดื่ม  ที่ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน  (อันนี้ยังไม่รวมค่าอาหารและเครื่องดื่มในการกินเลี้ยงตามโอกาส)

– ค่าการสื่อสาร  เช่นแพ็คเกจมือถือรายเดือนต่างๆ บางครั้งแพ็คเกจแพงๆ  แต่เราไม่ได้ใช้งานก็ควรจะลดลงไป

– ค่าเสื้อผ้าและรองเท้า  ก็เป็นอีกรายการใช้จ่ายหนึ่งที่มนุษย์เงินเดือนที่จะต้องเปลี่ยนตามสภาพการใช้งาน

– ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด  เช่น  ค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัย  ค่าเครื่องใช้สิ้นเปลืองต่างๆ  

                เห็นไหมคะว่าเมื่อเราลงรายละเอียดแล้วเราเป็นคนมีค่ามากแค่ไหน 

                3. คุมงบการใช้จ่ายไม่ให้เกินเดือน

                ดังนั้นเมื่อเรารู้แล้วว่าหากไม่มี โอที  หรือรายได้พิเศษอื่นๆ เงินเดือนเราอาจจะไม่พอกับค่าใช้จ่ายก็ได้นะ  ต่อไปเรามาคุมค่าใช้จ่ายกันดีกว่าว่าจะทำอย่างไรกันต่อไปดี 

– ค่าสาธารณูปโภครายเดือน  เช่นค่าน้ำ  ค่าไฟฟ้า  โดยเฉลี่ยรวมกันไม่ควรเกิน 1,000 บาท

– ค่าแพ็กเกจมือถือ  ก็ดูจากความจำเป็นในการใช้งานของเรา  ก็เฉลี่ยไว้ที่เดือนละ 400 บาท

– ค่าเดินทาง  กรณีที่ที่พักไกลจากที่ทำงานก็ต้องมีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้  เฉลี่ยที่วันละ 100 บาท x 22 วัน เท่ากับเดือนละ 2,200 บาท

– ประกันสังคมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  ที่หักจากเงินเดือนทุกๆเดือน  ประกันสังคมอยู่ที่เดือนละ 750 บาท  (โดยคิดจากฐานเงินเดือน 15,000 บาท x 5% )  กองทุนสำรองเลี้ยงชีพโดยทั่วไปจะหักที่ 3% ของเงินเดือน  ประมาณเดือนละ 450 บาท (ฐานเงินเดือน 15,000 บาท)  รวมเป็นเงิน  1,200 บาท ต่อเดือน

                ดังนั้นเมื่อเราประมาณการค่าใช้จ่ายอื่นๆได้แล้ว  เราลองมาประมาณการค่าใช้จ่ายในการเช่าที่พักอาศัยกันค่ะ

– เรื่องค่าเช่าที่พักอาศัย  เมื่อเราจำเป็นต้องเช่า  ก็ควรดูสถานที่อยู่ให้ใกล้เคียงกับที่ทำงาน  จะช่วยให้เราลดภาระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าเดินทางไปได้แถมยังช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางไปอีกด้วย  จึงต้องหาที่พักที่มีราคาเดือนละไม่เกิน 3,500 บาท

                แล้วเงินส่วนที่เหลือล่ะ  เราจะใช้ได้ไหม  ก็ต้องดูว่าเรามีผ่อนหนี้สินอะไรอีกหรือไม่  มีงานเลี้ยงสังสรรค์พิเศษอะไรหรือเปล่า  เงินเก็บส่วนตัวล่ะได้วางแผนไว้ต่อเดือนหรือไม่ทางที่ดีควรเก็บไว้สัก 10% ของเงินเดือน  หรือจะเป็น 10% ของเงินที่เหลือจากค่าใช้จ่ายประจำแล้วก็ได้  ทีนี้ถ้าเราสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายอื่นๆได้เป็นอย่างดีแล้ว  การที่เราจะเช่าห้องที่มีราคาแพงกว่าราคาที่ประมาณการไว้ก็สามารถทำได้  เพราะค่าเช่าห้องตามที่เราได้ประมาณการไว้ที่  3,500 บาท  ก็ถือว่าได้ห้องที่ไม่ขี้เหร่นักเลย  หรือถ้าเราสามารถอยู่ห้องเช่าที่มีราคาถูกลงกว่านี้ได้  แต่ช่วยให้เรามีเงินเก็บไว้สำรองเมื่อยามฉุกเฉิน  แบบนี้เราว่าก็ดีนะคะ