กฎหมายใหม่ห้องเช่า คนเช่าและเจ้าของควรรู้

กฎหมายใหม่ห้องเช่า คนเช่าและเจ้าของควรรู้

การออกราชกิจจานุเบกษา ‘ธุรกิจให้เช่าอาคารเพื่อที่อยู่อาศัย’ โดยมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2017 เพื่อคุ้มครองผู้เช่าให้ได้รับความยุติธรรม ซึ่งมีการบังคับใช้กับ ผู้ประกอบการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัย ตั้งแต่ 5 หน่วยขึ้นไป ในธุรกิจห้องพัก , บ้าน , คอนโด และอพาร์ตเมนต์ หากแต่ไม่รวมหอพักและโรงแรม

กฎหมายใหม่ฉบับนี้ สร้างมาเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อผู้เช่ามากกว่าเดิม เช่น

  • ผู้ให้เช่าเรียกเก็บเงินประกันได้ไม่เกิน 1 เดือน
  • ผู้เช่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าได้ ด้วยการบอกล่วงหน้า 30 วัน และไม่ถูกริบเงินประกัน 
  • เมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุด ผู้เช่าจะต้องได้รับเงินประกันคืนภายใน 7 วัน 
  • ผู้เช่าจ่ายค่าน้ำ – ค่าไฟตามจำนวนบิลแจ้งหนี้ เป็นต้น

หากแต่หนึ่งในคำถามสำคัญ ที่หลายๆคนต่างสงสัย ก็คือ ค่าน้ำ – ค่าไฟ จะมีการคำนวณอย่างไร ? สำหรับสูตรในการคำนวณ ได้แก่…

ค่าไฟหรือค่าน้ำประปา/หน่วย นำมา X ด้วยจำนวนหน่วยซึ่งใช้จริง

ในการคำนวณให้ออกมาเป็นค่าไฟฟ้า – ค่าน้ำประปา/หน่วย คิดจากการใช้ร่วมกันของทั้งอาคาร ยกตัวอย่างเช่น ถ้าทั้งอาคารใช้ทั้งน้ำ – ไฟมาก เพราะฉะนั้นเมื่อหารออกมาก็จะมีแนวโน้มสูงขึ้น หากแต่ถ้าทุกคนในตึกใช้น้ำ – ไฟแบบประหยัด ราคาต่อหน่วยก็จะลดลง เป็นต้น

ผู้ประกอบการ ยังสามารถเรียกเก็บค่าใช้จ่ายต่างๆ นอกเหนือจากนั้นได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ภายใต้กฎหมายฉบับใหม่ ผู้ให้บริการยังสามารถเรียกเก็บค่าใช้จ่ายอื่นๆ ซึ่งเกิดขึ้นจากการปล่อยให้เช่าอาคาร อีกด้วย เช่น ค่าสูบน้ำ , ค่าไฟฟ้าส่วนกลาง , ค่าทำความสะอาดส่วนกลาง , ค่าจ้างผู้รักษาความปลอดภัย  รวมทั้งค่าบริการอื่น ๆ

และผู้เช่าที่มีสัญญาเช่าฉบับเก่า ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้รับความยุติธรรม ก็สามารถแจ้งทางเจ้าของให้ยกเลิกสัญญาเช่าฉบับเก่า พร้อมต่อสัญญาเช่าฉบับใหม่ได้ อย่างไรก็ตามการจะเลือกใช้ สัญญาฉบับเก่าหรือฉบับใหม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่า เมื่อคิดถึงสิทธิประโยชน์ หรือ การบริการต่างๆที่จะได้รับ รวมทั้งค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วสัญญาฉบับไหนจะคุ้มกว่ากัน

คำแนะนำสำหรับผู้เช่าที่กำลังมองหาที่พักแห่งใหม่ พร้อมทั้งกำลังจะเซ็นต์สัญญาฉบับใหม่ เราขอแนะนำให้คุณ อ่านเงื่อนไข , ข้อผูกมัด รวมทั้งข้อสัญญาต่างๆ ให้ละเอียด ถี่ถ้วน ก่อนที่จะทำการสิ่งใดที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางกฎหมายลงไป นอกเหนือไปจากค่าเช่ารายเดือนแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกไหม เช่น ค่าส่วนกลาง หรือค่าบริการอื่นๆ เป็นต้น

บทลงโทษ

สำหรับผู้ประกอบการที่ไม่ปฏิบัติตาม จะต้องจำคุกไม่เกิน 1 ปี , ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ถ้าผู้บริโภคไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วน Tel. 1166